บึงมรดกโลกอิรักน้ำแห้ง

บึงมรดกโลกอิรักน้ำแห้ง

บึงใหญ่ในเมืองนาซิริยาทางตอนใต้ของประเทศอิรักที่เพิ่งขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2016 ประสบภาวะแห้งแล้งและขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง น้ำจากประเทศเพื่อนบ้านลดลง รวมทั้งการใช้น้ำมากเกินไปของเกษตรกรอิรักเอง

บึงในเมืองนาซิริยาแห่งนี้เป็นบึงเก่าแก่ที่มีอายุยืนยาวมาตั้งแต่ในยุคเมโสโปเตเมีย เปรียบเสมือนแหล่งทำมาหากินหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนจำนวนมากทางตอนใต้ของประเทศอิรัก แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วง 15 ปีหลังสุด ทำให้ระดับน้ำในบึงลดลงเรื่อยๆ ประกอบกับแหล่งน้ำจากประเทศเพื่อนบ้านที่เคยไหลผ่านก็ลดปริมาณลงด้วย เมื่อเกษตรกรส่วนใหญ่ยังใช้น้ำแบบไม่ประหยัดเหมือนเดิม ภาพที่เห็นในปัจจุบันนี้คือพื้นที่ในบึงหลายแห่งแห้งสนิทจนไม่สามารถพายเรือได้

นับตั้งแต่เดือนเมษายนปริมาณน้ำในบึงลดลงถึงเกือบครึ่งคือ 62 เซ็นติเมตร เหลือน้ำวัดจากพื้นบึงเพียง 64 เซ็นติเมตร จึงสามารถใช้เรือแล่นหรือพายได้เพียงบางส่วน และปริมาณน้ำที่ลดลงกระทบกับการดำรงชีวิตของทั้งคนและสัตว์เลี้ยงในแถบนี้ เกษตรกรหลายคนจำเป็นต้องขายสัตว์เลี้ยงของตนในราคาถูก เพราะมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำสะอาดให้สัตว์เลี้ยงกิน เพราะน้ำที่แห้งลงๆทำให้น้ำมีความเค็มมากขึ้นจนกินไม่ได้

สาเหตุหลักๆที่ทำให้นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเชื่อว่า ทำให้บึงมรดกโลกแห่งนี้อยู่ในสภาวะใกล้กลายเป็นทะเลทรายเป็นเพราะ การสร้างเขื่อนในตุรกีและอิหร่าน 2 ประเทศเพื่อนบ้านที่ทำให้แม่น้ำไทกริสและยูเฟรตีสที่ไหลผ่านอิรักมีปริมาณน้ำลดลง ประกอบกับชาวนาที่ปลูกข้าวใช้น้ำมากเกินความจำเป็น ที่สำคัญสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆในช่วง 15 ปีหลังสุดทำให้การระเหยของน้ำในบึงเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

คงเป็นเรื่องน่าเศร้ามาก หากบึงมรดกโลกแห่งนี้ จะกลายเป็นทะเลทรายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า!