เสน่ห์เมืองเว้

มนต์เสเน่ห์เมืองเก่าวังเว้ที่คุณต้องไปสัมผัส

เวียดนามถือว่าเป็นประเทศในอาเซียนที่ไปเที่ยวสนุกที่สุดรองจากไทย หลังจากที่เวียดนามเปิดประเทศและส่งเสริมการท่องเที่ยว ยังมีอะไรดีๆน่าไปค้นพบอีกมากมาย

อีกครั้งที่เราพูดถึงเวียดนามที่เป็นประเทศไปทีไรก็หลงเสน่ห์ทุกครั้งไป (ล่าสุดเพิ่งจองตั๋วไปโฮจิมินห์ช่วงต้นปี 2018) ครั้งนี้จะไปชมมนต์เสน่ห์ของเวียดนามกลาง อู่วัฒนธรรมโบราณของเวียดนามซึ่งเมืองที่คนนิยมไปเที่ยวได้แก่ เว้-ดานัง-ฮอยอัน

ตอนนี้ยิ่งสะดวกสบายเมื่อมีสายการบินโลว์คอสต์อย่างแอร์เอเชียบินตรงมาถึงทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ในอดีตถ้าไม่มาทางรถยนต์จากโฮจิมินห์ซิตี้ ก็อาจจะต้องบินสายการบินฟูลเซอร์วิสแบบบางกอกแอร์เวย์ เมืองเว้ อดีตเมืองหลวงเก่ามีอะไรรอให้ค้นพบ ตามไปดูกันเลย

เสน่ห์เมืองเว้ กับร่องรอยความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์เวียดนาม

จากดานังเดินทางไปเมืองเว้สามารถไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น หลังจากมีการเจาะอุโมงค์ไฮ่เวิน ที่มีความยาวของอุโมงค์ 6.3 กิโลเมตร ยาวที่สุดในเอเชียใต้ ใช้เวลาลอดอุโมงค์ประมาณ 20นาที ไม่ต้องอ้อมเหมือนในอดีตที่ใช้เวลากว่าครึ่งวัน ทำให้คนนิยมไปเที่ยวเมืองเว้มากขึ้น

เว้ นั้นเป็นเมืองหลวงเก่าของเวียดนามของราชวงศ์เหวียน (ที่คนไทยเรียกว่า เหงียน) ตั้งแต่ “องค์เชียงสือ” (เหวียนฮวาง) ที่คนไทยรู้จัก ซึ่งเป็นเมืองหลวงนานมากกว่า 100 ปี ทำให้เราจะพบสิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม และร่องรอยวัฒนธรรมต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมือง
พระราชวังเมืองเว้

จุดแรกที่ทุกคนต้องมาเยือนก็คือ “พระราชวังเมืองเว้” ที่หากใครเคยไปเยือน “พระราชวังต้องห้าม”ที่ปักกิ่ง จะรู้สึกว่ามีผังที่คล้ายคลึงกันมาก พระราชวังเมืองเว้เหมือนถูกถอดแบบและย่อส่วนลงมาเพราะถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของจีน ได้รับการออกแบบให้มีกำแพงล้อมรอบถึง 3 ชั้น มีประตูทางเข้าหลายทิศตามชั้นยศ เช่น ประตูขุนนาง ประตูกษัตริย์ ฯลฯ ซึ่งแสดงอำนาจของแต่ละชนชั้นในการปกครองของเวียดนามในอดีต

ด้านในยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงามอีกหลายจุด เช่นสะพานที่สร้างด้วยหิน ซุ้มประตู กำแพงเหลือง และยังมีวัดอยู่ในพื้นที่เขตพระราชฐานด้วย วัดสำคัญคือ วัดเถเหมียว ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับผู้ปกครองในราชวงศ์เหวียน
สุสานของพระเจ้าไคดิงห์

อีกความยิ่งใหญ่ที่ต้องไปสัมผัสก็คือสุสานของพระเจ้าไคดิงห์ แห่งราชวงศ์เหวียนถึงแม้จะเล็กที่สุดในบรรดาของกษัตริย์เวียดนามแต่ใช้เวลาสร้างและงบในการสร้างมากสุด เนื่องจากเป็นการผสมผสานศิลปะการก่อสร้างระหว่างจีนและยุโรป แต่สร้างยังไม่ทันเสร็จก็สวรรคตภารกิจสร้างสุสานแห่งนี้ต่อจึงตกเป็นของ บ๋าวได่ พระราชโอรส จึงสร้างแล้วเสร็จ สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี ระหว่างสร้างได้มีการรีดภาษีราษฎรเพิ่มเพื่อนำไปตกแต่งสุสาน

ภายในก็โอ่อ่าสมกับที่นำภาษีมาสร้างทั้งศิลปะเฟรสโก การเลี่ยมมุกและทอง รวมไปถึงของที่ระลึกจากฝรั่งเศสที่นำมาจัดแสดงเนื่องจากช่วงปลายสมัยที่เวียดนามเป็นกษัตริย์ ฝรั่งเศสได้เข้ามาปกครองเป็นอาณานิคม และในที่สุดราชวงศ์ของเวียดนามก็สิ้นสุดในยุคของจักรพรรดิบ๋าวได่

เมืองเว้นั้นสวยงามน่าไปเยือน เป็นเมืองสบายๆที่มีแม่น้ำหอมไหลผ่านเป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชาวเมือง อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ยุคสงครามเวียดนามอย่างวัดเทียนหมุ ที่มีเจดีย์ทรงเก๋ง8เหลี่ยมสูง 7 ชั้น ตั้งสง่าริมแม่น้ำ แล้วยังมีรถออสตินสีฟ้าของท่าน “ติช กวาง ดึ๊ก” พระภิกษุเวียดนามที่ประท้วงด้วยการเผาตัวในยุคที่รัฐบาลโงดินห์เดียมปกครองเวียดนามใต้ และกวาดล้างพระสงฆ์ เป็นภาพที่ติดตาคนทั่วโลก ไม่แปลใจเลยที่ความสมบูรณืทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จะทำให้เว้ได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลก