รวม 5 แหล่งมรดกโลกในไทยที่ควรอนุรักษ์ไว้

 

หลายคนอาจจะคุ้นหู และได้ยินคำว่า ‘มรดกโลก’ กันมาบ้างแล้ว ซึ่งมรดกโลกที่ว่านี้ อาจจะไม่ได้หมายถึงแค่เมือง หรืออนุสาวรีย์เสมอไป แต่รวมไปถึงป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ หรือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา โดยจะสถานที่ที่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น จะต้องถูกคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) จากหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ ซึ่งสถานที่ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นจะกระจายตัวอยู่ในทุกทวีปทั่วโลก และในโซนเอเชียนี้เองประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า มีสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกไปแล้วมากถึง 5 แห่งด้วยกัน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ว่าไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศก็สามารถชมแหล่งมรดกโลกได้ที่ประเทศไทยใกล้ๆ นี่เอง ดังนั้นในบทความนี้ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว Traveloka ได้นำเอาแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้ง 5 ของไทย มาให้ได้ชมกันว่ามีที่ไหนบ้าง รู้อย่างนี้แล้วรออะไร แพ็คกระเป๋าไปเที่ยวกันดีกว่า

1.เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย และเมืองบริวาร

 

สำหรับแหล่งมรดกโลกที่แรกก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แค่ขับรถไปจากกรุงเทพฯ ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ซึ่งสถานที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่หลายคนอาจจะเคยไป หรือคุ้นชื่อกันมานาน แต่หารู้ไม่ว่า เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยแห่งนี้แหละ ที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลก มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 นอกจากนั้นทางองค์การยูเนสโก ก็ได้รวมเอาอุทยานประวัติศาตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เข้ารวมเป็นหนึ่งในมรดกโลก ภายใต้ชื่อ ‘เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร’ (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์เหล่านี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้า หรือจะขี่จักรยานเพื่อเข้าชมก็ได้

สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนี้ภายในยังคงเหลือร่องรอยของพระราชวัง และวัดมากถึง 26 แห่งด้วยกัน รวมถึงโบราณสถานที่สำคัญอีกมากถึง 30 แห่ง ซึ่งวัดที่ใหญ่ที่สุดภายในอุทยานประวัติศาสตร์นี้ก็คือ วัดมหาธาตุ ในส่วนของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้อยู่ห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยไปทางเหนือเป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 45.14 กิโลเมตร ภายในอุทยานจะมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุเป็นจำนวน 215 แห่ง และถูกตรวจพบทั้งหมด 204 แห่ง ซึ่งได้ถูกรวมเข้าเป็นหนึ่งในมรดกโลกไปเรียบร้อยแล้ว มาถึงอุทยานลำดับสุดท้าย นั่นก็คืออุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้ห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยไปทางทิศใต้ประมาณ 70 กิโลเมตร สำหรับสถาปัตยกรรมจะมีความคลายคลึงกันกับในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

เวลาเปิด-ปิด: ตั้งแต่เวลา 00 – 21.00 น.                                                                                                      อัตราค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวชาวไทย 10 บาท นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 40 บาท และเช่ารถจักรยาน คันละ 20 บาท
มีตั๋วที่จะเข้าชมอุทยานฯ ต่างๆ ภายในอุทยานสุโขทัยได้เป็นระยะเวลา 30 วัน อัตราค่าบริการ นักท่องเที่ยวชาว    ไทย 30 บาท และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 150 บาท

2.นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร

มาถึงมรดกโลกแห่งที่สอง จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลย ถ้าไม่ใช่ เมืองเก่าพระนครศรีอยุธยา ที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่า และมีความรุ่งเรืองมาอย่างยาวนานถึง 417 ปี ซึ่งถึงแม้ว่าเมืองเก่าอยุธยาแห่งนี้จะถูกทำลายลง เพราะศึกสงคราม แต่ก็ยังเต็มคงเหลือซากของโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรือง และสถาปัตยกรรมของยุคสมัยนั้น อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาแห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในเกาะเมือง อำเภอ พระนครศรีอยุธยา ซึ่งในสมัยก่อนได้ถือว่าเป็นศูนย์กลางของกรุงศรีอยุทธยา และถูกห้อมล้อมด้วยแม่น้ำสายสำคัญมากถึง 3 สายด้วยกัน คือ แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับโบราณสถานที่สำคัญภายในอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยานี้ ได้แก่ พระราชวังโบราณ ที่เป็นพระราชวังหลวง ซึ่งถือเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ภายในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดอารามหลวงที่อยู่ภายในพระราชวังโบราณ ที่เป็นวัดต้นแบบของวัดพระศรีรัตนศาสดารามในปัจจุบัน และวัดมหาธาตุ ที่เป็นวัดสำคัญอีกหนึ่งวัด เนื่องจากเป็นวัดที่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุที่ตั้งอยู่ใจกลางของพระนคร แต่ก็ได้ถูกทำลายลง เมื่อครั้งที่เสียกรุงครั้งที่ 2 ซึ่งอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุทธยานี้ได้ถูกกำหนดให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2534 พร้อมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ – ห้วยขาแข้ง

เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 18.00 น.
อัตราค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวชาวไทย 10 บาท และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 40 บาท

3.แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง

ถ้าใครอยากจะทราบถึงการดำรงชีวิตในยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว แนะนำให้มาที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ตั้งอยู่ในอำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี เพราะสถานที่แห่งนี้คือแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งที่พบร่องรอยของการทำเกษตร การทำสำริด เหล็ก รวมไปถึงการทำเกษตรกรรม โดยร่องรอยเหล่านี้ได้ทำให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงการพัฒนาในหลายๆ ด้าน ที่ทำให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิต และมีการสืบทอดทางวัฒนธรรมตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนั้น

วัฒนธรรมบ้านเชียงนี้ ยังได้ครอบคลุมไปถึงแหล่งโบราณคดีอื่นๆ อีกหลายแห่งในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกกว่าร้อยแห่ง ทำให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงได้ถูกยอมรับให้ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกภายในปี พ.ศ. 2535 จากองค์การยูเนสโก เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษา และเรียนรู้ของคนรุ่นหลังสืบต่อไป

เวลาเปิด-ปิด: 09.00 – 16.00 น.
อัตราค่าเข้าชม: นักท่องเที่ยวคนละ 5 บาท

4.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง

สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้ ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทย และของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2534 ซึ่งจะรวมพื้นที่ทั้งหมด 4 อำเภอ ของ 4 จังหวัด นั่นก็คือ กาญจนบุรี ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี ประกอบไปด้วยผืนป่า 3 แห่ง นั่นก็คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง มีอาณาเขตรวมกันเป็นจำนวน 4,000,000 กว่าไร่ด้วยกัน ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้ก็ยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายแห่งด้วยกัน ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำสาละวิน นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายทางชีวภูมิศาสตร์ ประกอบไปด้วยป่ามากทั้งหมด 5 ใน 7 ชนิดด้วยกัน เป็นแหล่งรวบรวมพืชพรรณธรรมชาติ และสัตว์ป่าหลายชนิด โดยแบ่งออกเป็นเขตทั้งหมด 4 เขต คือ ไซโน-หิมาลายัน (Sino-Himalayan) อินโด-เบอร์มิส (Indo-burmese) อินโด-ไชนิส (Indo-chinese) และซุนเดอิก (Sundaic) ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้ได้ถือว่าเป็นแหล่งระบบนิเวศป่าเขตร้อนที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของโลกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และรักษาเอาไว้ จึงทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งนี้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากกว่าอุทยานแห่งชาติทั่วไปหลายเท่านัก

โดยปกติแล้วเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้ไม่ได้มีการเปิดให้ประชาชน หรือนักท่องเที่ยวเข้าไปเหมือนกับที่อื่นๆ แต่จะมีจุดที่ทางการอนุญาติให้เข้าไปศึกษาแหล่งเส้นทางธรรมชาติแบบไม่ค้างคืนได้ถึง 3 จุดด้วยกัน ได้แก่ บริเวณสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าไซเบอร์ และ บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ดี ซึ่งสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 0 5651 9654 สำหรับการเดินทางสามารถขับรถเข้าไปทาง อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี

5.ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

นับกว่าเป็นผืนป่าแห่งที่ 2 ของประเทศไทย และเป็นแห่งที่ 5 ของโลก ที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งภายในผืนป่าที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนี้ จะประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติทั้งหมด 4 แห่ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีก 1 แห่ง ได้ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 6 จังหวัดด้วยกัน ผืนป่าแห่งนี้นับเป็นอีกที่ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ประกอบไปด้วยป่าหลายชนิด มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้าอีกมากมาย พร้อมกันนั้นยังมีการตรวจพบว่ามีสัตว์ป่าอีกหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในผืนป่าดงพญาเย็นนี้ ที่จะมีแนวโน้มว่าจะสูญพันธุ์ไปจากโลก จึงทำให้ผืนป่าแห่งนี้ควรค่าแก่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อที่จะได้มีการอนุรักษ์ และรักษาผืนป่าเอาไว้ไม่ให้ถูกทำลายไปมากกว่านี้

สถานที่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการจดทะเบียนไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่อื่นๆ ที่ได้ขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้น เพื่อรอพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอยู่ ดังนั้นในอนาคตข้างหน้านี้ ประเทศไทยอาจจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกเพิ่มมากขึ้น และสำหรับใครที่ชอบแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ก็สามารถลิสสถานที่พวกนี้เอาไว้ได้เลย ที่สำคัญคือถ้าหากเดินทางไปเหนื่อยๆ ก็อย่าลืมจองที่พักกับ Traveloka สักคืนเอาไว้พักเหนื่อย รับรองเลยว่าคุณจะได้ที่พักในราคาโดนใจ เพราะมีโปรโมชั่นลดราคามาให้ได้ใช้กันเรื่อยๆ