สัมผัสเสน่ห์ แหล่งมรดกโลกของไทย สมบัติอันทรงคุณค่า

ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่
นับเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 ของไทยที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2548 ต่อจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก ประกอบไปด้วยพื้นที่คุ้มครอง (Protected Areas) หรือพื้นที่อนุรักษ์สภาพธรรมชาติจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ซึ่งเดิมทีเป็นป่าดงดิบที่ทึบหนา มีสัตว์มากมายทั้ง เสือ กระทิง และช้าง ชุกชุมไปด้วยไข้มาเลเรีย ไม่มีถนนหนทางตัดฝ่าผืนป่าดั่งเช่นในปัจจุบัน ผู้คนจึงตั้งชื่อให้ผืนป่าแห่งนี้ว่า “ป่าดงพญาไฟ” โดยผืนป่าแห่งนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงตั้งแต่ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า อีกทั้งยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำและเป็นต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ๆ ทั้งแม่น้ำนครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี, ลำตะคอง, ห้วยมวกเหล็ก, และแม่น้ำมูล (ไหลลงสู่แม่น้ำโขง) ตลอดจนเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ป่ามากมายนานาชนิด

นอกจากนี้ยังพบว่าสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่มีแนวโน้ม สูญพันธุ์ไปจากโลกอีกด้วย ได้แก่ ลิงกังหรือลิงก้นแดง ชะนีมงกุฎ เม่นใหญ่ หมาไน หมีควาย เสือลายเมฆ กระทิง เลียงผา นกลุมพูแดง ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง และนกฟินฟุต ทุกวันนี้การท่องเที่ยวในเขาใหญ่ถือว่าเป็นที่นิยมอันดับต้น ๆ โดยในแต่ละปีจะมีนักเดินทางมาเยือนที่นี่ไม่ต่ำกว่า 700,000-1,000,000 คน เนื่องจากเป็นที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ อากาศเย็นสบายตลอดปี หรือถ้าโชคดีบางครั้งก็อาจได้เห็นช้างป่า กวางป่า หรือนกเงือกได้ไม่ยาก ไม่ควรรอช้าธรรมชาติสร้างสรรค์สิ่งที่สวยงามไว้แล้ว เราควรออกไปสัมผัส

การเดินทาง : สำหรับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เส้นทางที่ 1 ถนนพหลโยธินผ่าน รังสิต-สระบุรี เลี้ยวขวาอีกครั้งหนึ่งตรงทางแยกก่อนถึงอำเภอปากช่อง บริเวณ กม.ที่ 58 เข้าสู่ถนนธนะรัตน์ ผ่านด่านเขาใหญ่มุ่งตรงสู่ที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งเป็นทางขึ้นเขารวมทั้งสิ้นประมาณ 190 กิโลเมตร เส้นทางที่ 2 ถนนพหลโยธินเลี้ยวขวาบริเวณรังสิตเข้าทางหลวงหมายเลข 305 เข้านครนายกแล้วเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ถึงสี่แยกเนินหอม (วงเวียนนเรศวร) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนปราจีนเขาใหญ่