หลงเสน่ห์ 'เว้'

หลงเสน่ห์ ‘เว้’ เมืองมรดกโลก

คำว่า “มรดกโลก” ช่างเป็นมนต์ขลังดึงดูดให้ “เว้” เมืองเล็กๆใจกลางประเทศ ที่เคยดำรงฐานะเป็นเมืองหลวงของเวียดนาม มีเสน่ห์น่าค้นหา ร่องรอยความเจริญรุ่งโรจน์ของอารยธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ก้าวข้ามผ่านยุคแห่งการล่าอาณานิคม ทั้งจากฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การถูกแทรกแซงจากอเมริกา แยกเวียดนามออกเป็น เวียดนามเหนือ-ใต้

เมืองเว้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์อีกแห่งหนึ่ง คือ “สุสานจักรพรรดิ” ที่โดดเด่นเห็นจะเป็น “สุสานจักรพรรดิไคดิ่ง” (Khai Dinh) ขึ้นชื่อว่า มีความยิ่งใหญ่สวยงามมากที่สุดเหนือบรรดาสุสานจักรพรรดิทั้งหมด ความลงตัวของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกกับตะวันตก นับเป็นสุสานเพียงแห่งเดียวในเมืองเว้ที่มีงานศิลปกรรมตะวันตกเข้ามาผสม ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากยุคล่าอาณานิคมที่รุกคืบเข้ามาในช่วงเวลานั้น จากความเชื่อของชาวเวียดนามหลุมฝังศพกษัตริย์ต้องอยู่สูงกว่าสามัญชน สุสานจักรพรรดิแห่งนี้จึงตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มีบันไดทางขึ้นถึง 127 ขั้น ความโอ่อ่าปรากฏนับตั้งแต่ซุ้มประตูทางขึ้น มีรูปปั้นทหาร ช้าง ม้า ตั้งโดดเด่นดั่งองค์รักษ์พิทักษ์สุสาน ส่วนด้านบนสุดเป็นที่ตั้งของสุสาน มีรูปปั้นของพระเจ้าไคดิ่งเป็นศูนย์กลาง ฝังอยู่ใต้รูปปั้นลึกลงไปถึง 11 เมตร ภายในสุสานชั้นในมีการตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องเคลือบสีซึ่งรับอิทธิพลมาจากจีน หลายจุดทำเป็นรูปมังกรตามความเชื่อแบบจีน ที่ต้องไม่พลาด คือ งานเขียนสีรูปมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่เหนือรูปปั้นพระเจ้าไคดิ่ง งานเขียนสีชิ้นนี้มีความลับซุกซ่อนอยู่ จากความเชื่อที่ว่า สามัญชนห้ามยืนศีรษะอยู่สูงกว่ากษัตริย์ ทำให้ไม่มีศิลปินคนใดที่จะสามารถทำงานชิ้นนี้ได้สำเร็จ จึงแก้เคล็ดด้วยการสลับกลับตัวมาอยู่ด้านล่างแล้วให้ศิลปินใช้เท้าคีบพู่กันวาดแทน เพราะสมัยนั้นไม่ถือเรื่องเท้าอยู่สูงแต่อย่างใด จึงเกิดเป็นภาพขนาดใหญ่อันน่าทึ่ง ภายในพระราชวังเทียนดิงห์ ยังมีห้องจัดแสดงภาพ เรื่องราว รวมถึงเครื่องใช้ต่างๆของพระเจ้าไคดิ่งห์ และรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิ่งห์ ซึ่งสั่งทำขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 2465 ด้วยความงามอันวิจิตร อลังการของสุสานจักรพรรดิไคดิ่งนี้เองทำให้สถานที่แห่งนี้ ถูกยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งเมืองเว้ กันเลยทีเดียว Goldenslot
พระตำหนักอันกุงดิงห์

ปิดทริปด้วยความประทับใจจากความงดงามของ “พระตำหนักอันกุงดิงห์” อดีตสถานที่ประทับของพระชนนีในพระจักรพรรดิองค์สุดท้าย ตรึงใจนับตั้งแต่สถาปัตยกรรมลวดลายปูนปั้นอันอ่อนช้อยด้านนอกตัวอาคารขณะที่ภายในศิลปินโชว์ทักษะขั้นสูง เขียนภาพติดผนังลายดอกกุหลาบนานาพรรณให้ล้อไปกับสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ด้านนอกที่ถอดแบบมาจาก “พระราชวังแวร์ซายส์” ได้อย่างกลมกลืน เสี้ยวหนึ่งของความประทับ เมื่อครั้งมีโอกาสไปเยือน “เว้ เมืองแห่งมรดกโลก” ด้วยตัวเอง