mount-kinabalu

อุทยานคินาบาลู KINABALU PARK

ความเป็นมา

คินาบาลูเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ของชนเผ่าพื้นเมืองดูซัน (Ducan) และเผ่ากาซาดาน (KaZadan) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นบังคับเชลยศึกที่เป็นทหารชาวอังกฤษและออสเตรเลีย เดินผ่านป่าดงดิบแห่งนี้ แต่มีผู้รอดชีวิตน้อยมาก ต่อมานายพันตรีคาร์เตอร์ จากกองทัพสหราชอาณาจักรผู้รอดชีวิต ได้ตั้งอนุสรณ์สถานคินาบาลูขึ้น จากนั้นจึงมีชาวอังกฤษเข้ามาสำรวจพื่นที่และตั้งสถานที่แห่งนี้เป็นอุทยานคินาบาลู

อุทยานคินาบาลู คือเส้นทางสู่ภูเขาคินาบาลู มีความสูงอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,585 เมตร อุทยานแห่งนี้มีพื้นที่ 754 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ของภูเขาคินาบาลู ภูเขาทัมบายูคอน ภูเขาเทมเพลอ โดยมีภูเขาคินาบาลูซึ่งสูง 4,095.2 เมตร และเป็นภูเขาที่สูงที่สุดบนเกาะบอร์เนียว และสูงที่สุดระหว่างเทือกเขาหิมาลัยและนิวกินี จากหลักฐานทางธรณีวิทยาพบว่า ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งล้านปี ภูเขาจึงมีรูปร่างอย่างที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน ภูเขาคินาบาลูที่ตั้งตระหง่านอยู่ในอุทยาน แท้จริงแล้วคือเทือกเขาหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่ดันเปลือกโลกขึ้นมา เมื่อเวลาผ่านไป ทรายและหินหนาหลายพันฟุตสึกกร่อนลงเผยให้เห็นเทือกเขาแห่งนี้  ในยุคน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งที่ไหลข้ามยอดเขาทำให้ยอดเขาคินาบาลูราบเรียบ แต่ยอดส่วนที่ขรุขระเหนือระดับของธารน้ำแข็งไม่ได้ถูกกัดเซาะไปด้วย ดังนั้นจึงเป็นพื้นผิวขรุขระอย่างในปัจจุบัน

ที่ตั้ง

อุทยานคินาบาลู (Kinabalu Park) ตั้งอยู่ชายฝั่งด้านตะวันตกของรัฐซาบาห์ ในตอนเหนือสุดของเกาะบอร์เนียว  ทางทิศตะวันออกของประเทศมาเลเซีย

ความสำคัญและลักษณะทางธรรมชาติ

ภายในอุทยานคินาบาลู แบ่งเขตแหล่งที่อยู่ออกตามสภาพทางภูมิศาสตร์ออกได้เป็น 4 เขต ได้แก่ ป่า lowland dipterocarp ป่าสนเขา ทุ่งหญ้าบนที่สูง และพุ่มไม้บนยอดเขา จึงเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ทั้งพันธุ์ไม้ดอกตระกูลต่าง ๆกว่าครึ่งหนึ่งของพันธุ์ไม้ดอกที่มีอยู่ในโลก อีกทั้งเป็นที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมของเกาะบอร์เนียว นกชนิดต่าง ๆ  และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อ่อนแอและเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์จำนวนมาก  อุทยานคินาบาลู ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศูนย์กลางพันธ์พืชในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากพบพันธุ์ไม้ดอกสำคัญ ๆ ของเทือกเขาหิมาลัย จีน ออสเตรเลีย มาเลเซีย และพันธุ์ไม้เขตร้อนหลากหลายชนิด

บริเวณภูเขาเป็นแหล่งที่พบกล้วยไม้และพืชกินแมลงหลายสายพันธุ์ ที่มีชื่อเสียง คือ สายพันธุ์ Nepenthes rajah และยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ประจำถิ่นอีกมากมาย  เช่น  ปลิงแดงยักษ์คินาบาลู ไส้เดือนยักษ์คินาบาลู  นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้าคินาบาลู ฯลฯ

ไม้ดอกที่เป็นเอกลักษณ์ของอุทยานคินาบาลู คือ ดอกบัวผุด หรือดอกแรฟเฟิลเซีย (Rafflesia arnoldii) เป็นดอกไม้ตระกูลกาฝาก ออกดอกในฤดูฝน มีดอกขนาดใหญ่และมีกลิ่นเหม็น ดอกบานภายในวันเดียวและบานทนอยู่ได้นาน 1 อาทิตย์ ดอกบัวผุดที่พบในอุทยานคินาบาลูมีอยู่ 16 สายพันธุ์

การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

อุทยานคินาบาลู ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2543 โดยมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณามรดกโลกด้านธรรมชาติ จำนวน 2 ข้อ คือ
-เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ เช่น แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา
-เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย