หลวงพระบาง

เมืองหลวงพระบาง (TOWN OF LUANG PRABANG)

ความเป็นมาและความสำคัญ

เมืองหลวงพระบางอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศลาวมาก่อนในยุคสมัยอาณาจักรล้านช้าง พระเจ้าฟ้างุ้มเป็นผู้รวบรวมแว่นแคว้นต่าง ๆ ของชนเผ่าไท-ลาวในเขตลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำคาน แม่น้ำอู ก่อตั้งอาณาจักรล้านช้างขึ้นมา โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่หลวงพระบาง ในช่วงปี พ.ศ. 1896-1916 โดยการช่วยเหลือของกษัตริย์ขอม (มเหสีของเจ้าฟ้างุ้ม คือพระราชธิดาของกษัตริย์ขอมในขณะนั้น) พร้อม ๆ กับเอาพุทธศาสนาเข้ามาแทนการนับถือผี

เดิมอาณาจักรล้านช้างมีชื่อเรียกว่า “เมืองชวา” อันเนื่องมากจากมีชาวชวาอาศัยอยู่มากกว่ากลุ่มอื่นพอประมาณปี พ.ศ. 1900 เปลี่ยนชื่อมาเป็น “เมืองเชียงทอง” กระทั่งกษัตริย์ขอมได้พระราชทานพระพุทธรูปองค์หนึ่งมีชื่อว่า“พระลาง” เป็นพระพุทธรูปศิลปะสิงหล เจ้าฟ้างุ้มจีงทรงเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น “หลวงพระบาง”

หลวงพระบางเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อม มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมายและบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง (คนลาวเรียกว่าแม่น้ำของ) และแม่น้ำคานที่ไหลมาบรรจบกันเกิดเป็นแหลมกลางเมือง ด้วยเอกลักษณ์และความสวยงามของเมืองหลวงพระบางที่ได้รับอิทธิพลจากสมัยยุคล่าอาณานิคม ทำให้เมืองหลวงพระบางมีอาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมโคโลเนียลสไตล์  รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยังคงสวยงามและสืบสานมาจนทุกวันนี้

หลวงพระบางซีงเคยเป็นเมืองหลวงและเป็นที่ประทับของกษัตริย์ลาวมาถึงศตวรรษที่ 16  ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดื จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นไม่ใช่แค่บางจุดของเมือง แต่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งเมืองหลวงพระบาง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เมืองหลวงพระบางได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลก คือ เมืองหลวงพระบางเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน ภูมิศาสตร์เมืองมีความโดดเด่นการวางผังเมืองมีเอกลักษณ์ และการดำรงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิม การคงสภาพเมืองไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ที่ตั้ง

เมืองหลวงพระบาง ตั้งอยู่ทางเหนือของนครเวียงจันทร์

การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

เมืองหลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เมื่อเดือนธันวาคม  พ.ศ. 2538 โดยมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณามรดกโลกด้านวัฒนธรรมจำนวน 3 ข้อ คือ
เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมา ในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่ายจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตามกาลเวลา