โบสถ์บาโรคแห่งฟิลิปปินส์ (BAROQUE CHURCHES OF THE PHILIPPINES)

ความเป็นมา

โบสถ์บาโรคแห่งฟิลิปินส์ ประกอบด้วยโบสถ์โรมันคาทอลิก 4 แห่งที่สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 16-18 ในช่วงที่ฟิลิปปินส์เป็นอาณานิคมของสเปน นอกจากจะแสดงถึงการเข้ามาของศาสนาคริสต์ในหมู่เกาะของฟิลิปปินส์แล้ว ยังเป็นศูนย์กลางอำนาจในการปกครองอาณานิคมของสเปนด้วย สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์ไม่เพียงแค่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของสถาปัตยกรรมแบบสเปนหรือละตินอเมริกันกับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังมีการผสมผสานศิลปลวดลายของจีนอีกเข้าไปอีกด้วย

ที่ตั้ง

โบสถ์บาโรคแห่งฟิลิปปินส์ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย ประกอบด้วยโบสถ์ 4 แห่ง คือ
– โบสถ์ซานออกัสติน ในกรุงมะนิลา
(San Agustin Church in Manila)
– โบสถ์ซานตามาเรีย ในซานตามาเรีย จังหวัดอิโลคอสซูร์  (Santa Maria Church in Ilocos Sur)
– โบสถ์ซานอกัสติน ในปาโออาย จังหวัดอิโลคอสนอร์เต
(San Agustin Church in Paoay, Ilocos Norte)
– โบสถ์ซานโต โทมัส เดอวิลลานูวา ในไมอากาโอ จังหวัดอิโลอิโล
(Sto. Tomas de Villanueva Church in Miagao, Iloilo)

ความสำคัญและลักษณะทางกายภาพ

1) โบสถ์ซานออกัสติน ในกรุงมะนิลา (San Agustin Church in Manila) 
โบสถ์ซานออกัสตินในกรุงมะนิลา เป็นโบสถ์คาทอลิกแห่งแรกที่สร้างขึ้นบนเกาะลูซอนในปี ค.ศ. 1571 (พ.ศ. 2114) ทันทีที่สเปนมีชัยเหนือมะนิลา เป็นโบสถ์ในลัทธิออกัสติน (ลัทธิของคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ตั้งชื่อตามนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโป ค.ศ. 354 – ค.ศ. 450) ซึ่งเป็นนิกายแรกที่ประกาศพระวจนะในประเทศฟิลิปปินส์

ตัวโบสถ์ในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นมาเป็นครั้งที่ 3 ในพื้นที่เดิม โบสถ์หลังแรกสร้างจากไม้ไผ่และใบจาก เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ 1571 (พ.ศ. 2114) แต่ถูกทำลายด้วยไฟไหม้จากการรุกรานในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1574 (พ.ศ. 2117)  โบสถ์หลังที่สองสร้างด้วยไม้อยู่บนพื้นที่เดิม และถูกทำลายลงในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ 1583 (พ.ศ. 2126) ด้วยไฟไหม้ โบสถ์หลังที่สามสร้างด้วยหิน การก่อสร้างเริ่มใน 1586 (พ.ศ. 2129) เสร็จสมบูรณ์เมื่อ 19 มกราคม ค.ศ.1607 (พ.ศ. 2150) ต่อมาโบสถ์แห่งนี้ได้กลายเป็นแม่แบบของโบสถ์ออกัสตินในประเทศฟิลิปปินส์

2) โบสถ์ซานตามาเรีย ในซานตามาเรีย จังหวัดอิโลโกสซูร์ (Santa Maria Church in Ilocos Sur) 
โบสถ์พระแม่แห่งอัสสัมชัน (The Church of Our Lady of the Assumption) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ โบสถ์ซานตามาเรีย ในจังหวัดโลคอสซู ฟิลิปปินส์ สร้างตั้งขึ้นในปี 1765 ในที่ราบแคบ ๆ ระหว่างทะเลและเทือกเขากลางตอนของเกาะลูซอน นับว่าเป็นโบสถ์ออกัสติเนียนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่เป็นฐานสำหรับคริสต์ศาสนิกชนที่อยู่ทางตอนเหนือของหมู่เกาะ เป็นหนึ่งในสี่โบสถ์ยุคสเปน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในชื่อ โบสถ์บาโรคแห่งฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1993
สมัคร Goldenslot

โบสถ์ซานตามาเรีย นอกจากจะเป็นสิ่งที่ให้ระลึกถึงสี่ศตวรรษของการปกครองของสเปนในพื้นที่นี้แล้ว ยังสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรคที่โดดเด่น ตัวอาคารโบสถ์ก่ออิฐสีแดงโดดเด่น มีโครงสร้างที่ป้องกันการถล่มเนื่องจากแผ่นดินไหว ตัวโบสถ์สร้างขึ้นบนเนินเขา ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นจุดชมวิวและเป็นป้อมปราการเท่านั้น แต่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาในยุคแรกของการบริหารภูมิภาค โดยคริสต์ศาสนาและทหารของสเปน

3) โบสถ์ซานอกัสติน ในปาโออาย จังหวัดอิโลโคสนอร์เต (San Agustin Church in Paoay, Ilocos Norte)
โบสถ์เซนต์ออกัสตินในปาโออาย เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ โบสถ์ปาโออาย (Paoay Church) เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก สร้างจาก อิฐ หินปะการัง และไม้แปรรูป สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ 1710 (พ.ศ. 2253) ตัวโบสถ์เป็นศิลปะผสมระหว่างแบบกอทิกและบาโรค รวมทั้งได้รับอิทธิพลของศิลปะแบบจีนและชวา
โบสถ์เซนต์ออกัสตินในปาโออาย มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรมที่เน้นคานขนาดใหญ่ที่ด้านข้างและด้านหลังของอาคาร มีหอระฆังสร้างขึ้นจากหินปะการัง ตั้งอยู่ห่างจากตัวโบสถ์ เพื่อความปลอดภัยหากเกิดแผ่นดินไหวหรือพายุไต้ฝุ่น นอกจากนี้ยังใช้หอระฆังเป็นหอสังเกตการณ์ในช่วงการปฏิวัติฟิลิปปินส์ปี ค.ศ.1896 และระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวอาคารได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในปี ค.ศ.1865 (พ.ศ. 2048) และปี ค.ศ.1885 (พ.ศ. 2448)
ในปี ค.ศ. 2000 (พ.ศ. 2543) มีการขุดพบหลักฐานทางโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ เช่น โครงกระดูก และเครื่องปั้นดินเผาในบริเวณโบสถ์ ปัจจุบันได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
4) โบสถ์ซานโต โทมัส เดอ วิลลานูวา ในไมอากาโออิโลอิโล (Sto. Tomas de Villanueva Church in Miagao, Iloilo)
โบสถ์ซานโต โทมัส เดอ วิลลานูวา ในไมอากาโอ หรือ โบสถ์ไมอากาโอ เป็นสถานปฏิบัติของศริสตจักรโรมันคาทอลิก นิกายออกัสติน สร้างขึ้นในปี ค.ศ 1731 (พ.ศ. 2274) เมืองและโบสถ์ได้ถูกทำลายลงโดยการรุกรานโจรสลัดมุสลิมในปี ค.ศ 1741 (พ.ศ. 2284) และในปี 1754 (พ.ศ. 2297)  ชึ่งเป็นเหตุให้เมืองถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในทำเลที่ปลอดภัยมากขึ้น โบสถ์ใหม่ได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ 1787-1797 (พ.ศ. 2330-2340)

นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติภาระกิจทางศาสนาแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นป้อมปราการเพื่อต้านทานการรุกรานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามโบสถ์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากไฟไหม้สองครั้ง ในระหว่างการปฏิวัติกับสเปนในปี 1898 และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

โบสถ์ทั้ง 4 แห่งนี้ นอกจากจะแสดงถึงการเข้ามาของศาสนาคริสต์ในฟิลิปปินส์แล้ว ยังเป็นศูนย์กลางอำนาจของสเปนในภูมิภาคนี้ในสมัยนั้นอีกด้วย และได้รับการยกย่องในด้านสถาปัตยกรรมด้วยศิลปะแบบบารอคของยุโรปที่สร้างสรรค์ด้วยช่างชาวจีนและฟิลิปปินส์  โบสถ์ทั้ง 4 แห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกรวมกันในปี พ.ศ.2536 โดยมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการพิจารณามรดกโลกด้านวัฒนธรรมจำนวน 2 ข้อ ดังนี้
– เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม
– เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ