หมู่โบราณสถานเมืองเว้

 


เมืองเว้ถูกสร้างเป็นเมืองหลวงของเวียดนาม ในปี คริสต์ศักราช ๑๘๐๒ (พุทธศักราช ๒๓๔๕) เมืองเว้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางศาสนาและวัฒนธรรมด้วย ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เหงียน (Nguyen) จนถึงปี คริสต์ศักราช ๑๙๔๕ (พุทธศักราช ๒๔๘๘) แม่น้ำหอม (Perfume) ไหลคดเคี้ยวผ่านกลางเมืองหลวง เมืองอิมพิเรียล เมืองต้องห้าม(Forbidden Purple City) และเมืองชั้นใน ทำให้เมืองนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม เมืองเว้มีพรมแดนติดกับลาวทางทิศตะวันตก เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจามปา จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 13 ดินแดนนี้จึงตกเป็นของเวียดนาม พระเจ้ายาลอง (Emperor Gia Long)
หรือคนไทยรู้จักพระองค์ในชื่อว่า องเชียงสือ ผู้เคยเข้ามาขอความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อนำกำลังกลับไปต่อสู้กับกบฏไตเซินจนชนะ ได้สถาปนาราชวงศ์เหวียนขึ้นปกครองเวียดนาม
ทรงรวมแคว้นทั้งทางเหนือและทางใต้เข้าด้วยกันเป็นปึกแผ่น และเรียกดินแดนที่มีอาณาเขตตั้งแต่ชายแดนจีนทางเหนือจรดคาบสมุทรก่าเมาทางใต้ว่าประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทรงย้ายเมืองหลวงจากเมืองทังลองหรือฮานอย เมืองหลวงเดิมมาอยู่ที่เว้ด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเว้ส่วนใหญ่จะเป็นป้อมปราการ พระราชวังหลวง และสุสานจักรพรรดิ หมู่โบราณสถานในเมืองเว้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2536 เว้เป็นเมืองที่เงียบสงบและน่าค้นหา มีบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมากเกิดที่เมืองนี้ หรือได้เคยมาเยือนเมืองนี้ ปัจจุบันเว้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม


เมืองเว้ถูกสร้างเป็นเมืองหลวงของเวียดนาม ในปี คริสต์ศักราช ๑๘๐๒ (พุทธศักราช ๒๓๔๕) เมืองเว้ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางศาสนาและวัฒนธรรมด้วย ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เหงียน (Nguyen) จนถึงปี คริสต์ศักราช ๑๙๔๕ (พุทธศักราช ๒๔๘๘) แม่น้ำหอม (Perfume) ไหลคดเคี้ยวผ่านกลางเมืองหลวง เมืองอิมพิเรียล เมืองต้องห้าม(Forbidden Purple City) และเมืองชั้นใน ทำให้เมืองนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม เมืองเว้มีพรมแดนติดกับลาวทางทิศตะวันตก เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจามปา จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 13 ดินแดนนี้จึงตกเป็นของเวียดนาม พระเจ้ายาลอง (Emperor Gia Long)
หรือคนไทยรู้จักพระองค์ในชื่อว่า องเชียงสือ ผู้เคยเข้ามาขอความช่วยเหลือจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อนำกำลังกลับไปต่อสู้กับกบฏไตเซินจนชนะ ได้สถาปนาราชวงศ์เหวียนขึ้นปกครองเวียดนาม
ทรงรวมแคว้นทั้งทางเหนือและทางใต้เข้าด้วยกันเป็นปึกแผ่น และเรียกดินแดนที่มีอาณาเขตตั้งแต่ชายแดนจีนทางเหนือจรดคาบสมุทรก่าเมาทางใต้ว่าประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทรงย้ายเมืองหลวงจากเมืองทังลองหรือฮานอย เมืองหลวงเดิมมาอยู่ที่เว้ด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเว้ส่วนใหญ่จะเป็นป้อมปราการ พระราชวังหลวง และสุสานจักรพรรดิ หมู่โบราณสถานในเมืองเว้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2536 เว้เป็นเมืองที่เงียบสงบและน่าค้นหา มีบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมากเกิดที่เมืองนี้ หรือได้เคยมาเยือนเมืองนี้ ปัจจุบันเว้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม